เอริคเซ่น รอดหวุดหวิดหลังจากหัวใจวายระหว่างดวลศึกยูโร

เอริคเซ่น

เป็นข่าวดีสำหรับวงการฟุตบอลเมื่อคริสเตียน เอริคเซ่นมิดฟิลด์ทีมชาติเดนมาร์กนั้นรอดพ้นขีดอันตรายเป็นที่เรียบร้อยหลังประสบเหตุหัวใจวายเฉียบพลันระหว่างลงสนามในศึกยูโร2020

กองกลางวัย29ปีหมดสติคาสนามในช่วงท้ายครึ่งแรกระหว่างเกมที่เดนมาร์กแข่งขันกับฟินแลนด์ ซึ่งทำให้ผู้ตัดสินต้องสั่งหยุดการแข่งขันเพื่อทำการปฐมพยาบาลเป็นเวลานาน แต่ทว่าในที่สุดทีมแพทย์ของการแข่งขันก็สามารถกู้ชีพของเอริคเซ่นกลับมาได้สำเร็จ โดยมีรายงานว่าเอริคเซ่นนั้นมีอาการหัวใจวายเฉียบพลันและหัวใจหยุดเต้นไปนานราว5นาที แต่ทว่าตอนนี้เจ้าตัวอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และพ้นขีดอันตรายแล้ว

ทั้งนี้แม้แต่ศาสตราจารย์ ซานเจย์ ซาร์ม่าซึ่งเป็นนายแพทย์ที่ตรวจร่างกายเอริคเซ่นมาตลอดหลายปีก็ออกมายืนยันว่ากองกลางงูใหญ่มีสภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และไม่มีประวัติสำหรับอาการโรคหัวใจแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ถือว่าโชคดีที่ไม่เกิดการสูญเสียในการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2020

แห่สดุดีกัปตันโคนมที่รุดปฐมพยาบาล เอริคเซ่น ก่อนใครเพื่อน

แล้วการรอดพ้นความสูญเสียในการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2020ในเหตุการณ์นี้หลายคนต่างพากันยกย่องไซมอน เคียร์กัปตันทีมชาติเดนมาร์กที่เข้าถึงตัวเอริคเซ่นเป็นคนแรก โดยกองหลังจากมิลานได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนที่ทีมแพทย์จะตามเข้ามาจัดการ

จากภาพช้าจะเห็นว่าเคียร์ได้ทำการจัดการไม่ให้เอริคเซ่นนั้นมีอาการลิ้นอุดหลอดลม ซึ่งถือเป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หมดสติ ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้ได้รับเสี่ยงชื่นชมเป็นอย่างมากผ่านโลกออนไลน์

นอกจากนี้ไซมอน เคียร์ยังได้เข้าไปสวมกอดให้กำลังใจซาบริน่าภรรยาสาวของคริสเตียน เอริคเซ่นในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังกู้ชีพจรของสามีของเธออีกด้วย

รอดตายแต่เอริคเซ่นอาจต้องย้ายหนีศึก กัลโช่

อย่างไรก็ตามการประสบเหตุไม่คาดฝันในครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตการค้าแข้งในอิตาลี่ของเอริคเซ่นโดยตรง เมื่อกฎหมายของอิตาลี่นนั้นมีข้อห้ามมิให้เล่นกีฬาอาชีพสำหรับผู้มีอาการหัวใจวายเฉียบพลัน

โดยข้อบังคับกฎหมายของอิตาลี่นั้นระบุว่าใครก็ตามที่ประสบเหตุหัวใจวายมาแล้ว จะถูกสั่งห้ามแข่งขันกีฬาในระดับอาชีพอีกอย่างเด็ดขาด เพื่อลดโอกาสเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหัวใจ แล้วกฎข้อนี้ก็บังคับใช้มากกว่า20ปีแล้ว จึงมีโอกาสสูงมากที่อินเตอร์มิลานจะต้องจำหน่ายตัวเอริคเซ่นออกไป อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มีผลบังคับใช้ในอิตาลี่เท่านั้น จึงหมายความว่าจอมทัพชาวเดนมาร์กยังสามารถค้าแข้งในลีกอื่นๆต่อไปได้